เมื่อเราอายุเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จะเริ่มเข้ามากวนใจแทนที่สิวก็คงจะเป็นริ้วรอยแห่งวัย จนทำให้หลายๆ คน รีบวิ่งเข้าคลินิกเพื่อเติมหน้าลดริ้วรอยเหล่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วริ้วรอยจะเริม่มาในช่วงวัย 30+ วันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้าริ้วรอยตัวร้าย พร้อมวิธีป้องกันและรักษากันเลย
ริ้วรอยนั้นเกิดจาการที่ร่างกายเริ่มผลิตสารได้น้อยลง โดยเฉพาะสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงอย่าง อิลาสติน กรดไฮยาลูรอน หรือคอลลาเจน ผิวจึงเริ่มหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย รอยตีนกา และ รอยย่นบนใบหน้าตามจุดต่างๆ เมื่ออายุเข้า 25 ปีจะค่อยๆ ลดลง 1-2% ทุกปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อย่าง กรรมพันธุ์ แสงแดด มลภาวะต่างๆ ซึ่งริ้วรอยบนใบหน้ามีทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้
ริ้วรอยแบบตื้น ขนาดเล็ก
เป็นริ้วรอยที่เกิดจากผิวแห้ง สังเกตเห็นได้จากบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก จึงควรเติมความชุ่มชื้นเพื่อลดริ้วรอยขนาดเล็กเหล่านี้ ด้วยการใช้ครีมบำรุงผิวสม่ำเสมอ
ริ้วรอยแบบลึก ที่ชั้นหนังแท้
เป็นริ้วรอยที่เสื่อมสภาพ กลับมาคืนรูปได้ยาก สามารถสังเกตเห็นได้บนใบหน้าได้ตลอดเวลา มักพบริ้วรอยชนิดนี้ได้บนใบหน้าผู้มีผิวแห้งมาก ๆ หรือผู้ที่มีผิวมันมาก ๆ รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรมแสดงสีหน้าบ่อย ๆ เช่น หัวเราะ, ขมวดคิ้ว, เลิกหน้าผาก จนเกิดรอยพับจนกลายเป็นรอยตีนกา รอยย่นที่หน้าผาก หรือ ริ้วรอยร่องแก้ม หากผิวมีความยืดหยุ่นลงลง จะคืนตัวได้ยาก
วิธีป้องกันและรักษาริ้วรอย
1. หลีกเลี่ยงแสงแดด
เพราะแสงแดดนั้นสามารถทำลายผิวของเราได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยการทาครีมกันแดดที่ SPF 30 ขึ้นไป ป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB เป็นประจำ ควรทาซ้ำเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ชั่วโมง เป็นวิธีลดริ้วรอยชั้นหนังแท้ที่สามารถทำได้ทุกวัน
2. งดดื่มแอลกอฮอล์
สายปาร์ตี้คงจะคิดหนักไม่น้อย แต่เพื่อความสวยจะต้องยอม เพราะสารในแอลกอฮอล์ทำให้ผิวขาดน้ำ และปล่อยสารที่เป็นพิษต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะในร่างกาย จึงทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยบนผิวได้ ดังนั้นการลดการดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถลดริ้วรอยได้เช่นกัน
3. ใช้ครีมลดริ้วรอย
เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด หลายๆแบรนด์สกินแคร์ก็มีการผลิตสกินแคร์เพื่อลดริ้วรอยโดยเฉพาะ เป็นอีกทริคที่จะช่วยชะลอให้ผิวไม่แก่ก่อนวัย เมื่ออายุเริ่มเข้าสู่เลข 3 ก็สามารถเริ่มบำรุงผิวเฉพาะจุด เช่น ริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และ รอยตีนกาได้แล้ว วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากฉีดโบท๊อกซ์ หรือร้อยไหม ลองหาครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจากวิตามินต่างๆ เพื่อบำรุงไม่ให้ผิวดูแก่ก่อนวัย
4. ออกกำลังกายเป็นประจำ
ควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้เลือดลมสูบฉีด หลอดเลือดได้ฟิตเฟิร์มตลอดเวลา ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ฮอร์โมนทำงานได้อย่างปกติ และ ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
